บริหารงานให้อยู่หมัด ฉบับคนขายของ

 

บริหารงานให้อยู่หมัด ฉบับคนขายของ

     การจะประสบความสำเร็จในอาชีพนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชค ความรู้ และความพยายามเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องเกี่ยวข้องกับการบริหารเวลา การจัดการที่ดีอีกด้วย การขายก็เช่นกัน ร้านที่ขายดีจะไม่ใช่ร้านที่ทำการตลาดเก่งเสมอไป แต่ยังเป็นร้านที่มีต้องมีผู้บริหารที่เก่งในการจัดการ วันนี้เราจะมาคุยกันถึงเทคนิคง่ายๆ สำหรับการบริหารงานให้อยู่หมัดสักคนขายของกันค่ะ

1. เลือกโฟกัสให้ชัดเจนและพอดี (ทำให้ชีวิตมีจุดหมาย)

บางครั้งการเป็นคนในยุคปัจจุบันทำให้ชีวิตต้องเร่งรีบและมีสิ่งที่ต้องทำมากจนเกินไป ทุกอย่างดูเหมือนจะสำคัญไปหมด แต่จริงๆแล้วเราควรจะโฟกัสเพียงไม่กี่เรื่องให้ได้เสียก่อน บางเรื่องอาจจะพูดได้ยากว่าอะไรสำคัญกว่ากัน ให้ลองถามตัวเองดูว่าเป้าหมายของเราต้องการอะไรมากที่สุด และสองสามอย่างนั้นแหละสิ่งที่เราต้องโฟกัส อย่างถ้าเป็นร้านค้าก็ลองคิดดูว่า เราสนใจยอดขายมากที่สุด, สนใจชื่อเสียงของแบรนด์การทำให้ผู้คนรู้จักในระยะยาว, อยากเพิ่มทุนขยายกิจการให้เข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ หรือเป้าหมายอื่นๆ ทีนี้เราก็จะเลือกได้แล้วว่าเรา ดูแล้วร้านไปในทิศทางไหน มีโปรโมชั่นแบบไหน เน้นขายยังไงกันแน่ บางร้านอยากจะทำทุกอย่างทั้งความน่าเชื่อถือ ทั้งเน้นบริการ ความประหยัดคุ้มค่า ไม่ใช่ว่าการทำหลายหลายอย่างไม่ดี นอกจากว่าเราจะมีพนักงานในแผนกต่างๆเป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับนโยบาย แต่สุดท้ายแล้วเมื่อถึงเวลาต้องมาตรงจสอบผลลัพธ์ความสำเร็ว การทำอะไรมากไปจะทำให้เราหลุดโฟกัส ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน เราเองสับสนไม่ไปถึงจุดที่ต้องการ เพราะเราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราต้องการอะไร

2. รู้ว่างานทั้งหมดมีอะไรบ้างและแบ่งความสำคัญของงานได้ถูกต้อง

เมื่อมีงานที่ต้องทำหลายอย่าง ทำให้เรางง อาจจะลืมอะไรไปบ้างไม่รู้ว่าจะต้องทำอันไหนก่อนดี พอเลือกทำไปซักอย่างรู้สึกตัวอีกทีเวลาก็หมดไปแล้ว โดยยังไม่ทันได้ทำได้ครบตามที่ต้องทำ ชีวิตดูเหมือนจะรวนไปหมด อันดับแรกก็คือเราต้องรู้ก่อนว่าเรามีอะไรที่จะต้องทำบ้าง ต่อมาก็แบ่งประเภทและความสำคัญเราควรจะทำอะไรก่อนดีและอะไรที่ยังรอได้ กฎข้อสำคัญก็คือทำเรื่องที่สำคัญที่สุดก่อนแต่ก็แบ่งเวลาให้ดีให้ทำงานที่ ต้องทำให้ครบ การทำงานที่ยังไม่ด่วนแต่สำคัญก่อนจะเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการต้องมาทำงานสำคัญอย่างเร่งรีบ เพราะนั่นหมายถึงโอกาสในการเกิดความผิดพลาดเอง อย่างเช่นในการขายของ เราอาจจะต้องทั้งส่งสินค้า สั่งสินค้ามาเพิ่ม ทั้งการจัดทำโปรโมชั่น ซึ่งแน่นอนว่าการรับออเดอร์และส่งให้ทันเวลารวมทั้งการหาของมาขายให้ทันเป็นเรื่องที่สำคัญกับยอดขายเรามากที่สุด หากเรามัวแต่นั่งทำภาพ คิดโปรโมชั่นก่อนจนไม่มีเวลาส่งของได้ทันเวลา ซึ่งจะส่งผลต่อยอดขายกำไรและความน่าเชื่อถือของร้านระยะยาวนั่นเอง ส่วนเรื่องโปรโมชั่น เราอาจจะต้องแบ่งเวลาว่างมาทำ เช่น อาทิตย์ละ 3 ชม. และทำให้เสร็จตามกำหนด เท่านี้เราก็จะไม่เผลอทำงานสะเปะสะปะจนเวลาหายไปไหนไม่รู้ตัว แถมงานก็ไม่เดินเป็นชิ้นเป็นอันอีกแล้ว

3. ลดเวลา การทำงานโดยการทำให้ทุกอย่างเป็นระบบ

ในเมื่อมีอะไรหลายอย่างที่ต้องทำ และเรารู้แล้วว่ามีอะไรทำบ้างเช่น ตื่นมา อาบน้ำ แต่งตัว ทำอาหาร ไปส่งลูก ตอบลูกค้า ทำบัญชี ทำบัญชี แพ็คของส่งของ ไปรับลูก ออกกำลังกาย และอื่นๆ ให้เรา วางแผนสิ่งที่ต้องทำตามเวลาไปเลย ทำให้ไม่ต้องมานั่งคิดว่าเดี๋ยวต่อไปจะทำอะไรดี จะกินอะไร จะใส่เสื้อผ้าแบบไหน เราอาจจะมีแพตเทิร์นที่ตายตัวว่า เป็นข้าวต้มมื้อเช้า กำลังกายทุกวันหรือวันเว้นวัน เราก็จะไม่เสียเวลาคิดว่าวันนี้จะออกกำลังกายดีไหม เป็นต้น ขอยกตัวอย่างที่แม่ค้าก็ฟังมาอีกที เช่น ceo บริษัทหลายๆคนที่ประสบความสำเร็จ เขามักจะใส่เสื้อยืดสีดำเหมือนเดิมๆกับกางเกงยีนส์ (ใครนะ?) เพราะว่าเค้าจะได้ไม่ต้องคิดว่าวันนี้จะใส่อะไรดี เอาเวลาไปจัดการคิดเรื่องที่สำคัญได้อย่างเต็มที่นั่นเอง

4. วินัยคือชัยชนะ

ต่อให้คนเก่งแค่ไหนแต่หากไม่ได้ลงมือทำตามนั้นก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จได้เลย รับเรื่องง่ายที่ใครๆก็รู้แต่อาจจะเผลอมองข้ามนั่นก็คือความสม่ำเสมอนั่นเอง เมื่อคุณรู้แล้วว่าคุณต้องการอะไรและควรจะทำมันอย่างไร มีแพตเทิร์นที่ชัดเจนว่าจะทำอย่างไรให้มันง่าย คุณก็แค่ทำตามนั้น ฟังดูเหมือนง่ายแต่เราก็รู้ว่ามันต้องใช้ความอดทน เคล็ดลับที่อยากจะเอามาแนะนำก็คือ ‘ตั้งเป้าหมายให้เล็ก และทำอย่างอย่างต่อเนื่อง’ มันอาจจะยากในตอนแรกที่จะทำอะไรให้มันเป็นนิสัย ให้เริ่มจากตั้งเป้าให้ง่ายก่อน และทำมันอย่างต่อเนื่องให้ได้ ร้านค้าเปิดใหม่อาจจะรู้สึกว่ายากมากที่จะต้องมาแต่งรูปแล้วโพสต์สินค้าทุกๆวัน แต่ลองตั้งเป้าหมายว่าแค่วันละหนึ่งรูปล่ะ แค่รูปเดียว 10 นาทีก็เสร็จแล้ว เพียง 10 วันคุณก็จะได้ภาพถึง 10 ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีจะทำให้คุณรู้สึกดีกับตัวเองและงานที่คุณทำ บางวันที่คุณอารมณ์ดีมากอาจจะทำมากกว่านั้นก็ได้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว แต่ถ้าวันไหนที่เหนื่อยมาก คุณอยากโพสต์แค่รูปเดียว แต่อย่างน้อยก็ถือว่าเป้าหมายวันนั้นได้ทำสำเร็จแล้วโดยไม่ได้เหนื่อยอะไรมากมาย เพียงแค่มันให้ต่อเนื่องเท่านั้น มันดีกว่าการทำงานหนักหนักเต็มทั้งวันจนไม่มีแรงใจอยากทำอะไรไปอีกเป็นอาทิตย์ และเกี่ยงงานออกไปเรื่อยๆจนไม่ได้เริ่มทำเป็นครั้งที่สองเสียที

5. ปล่อยวางเรื่องไม่จำเป็น

คล้ายๆสิ่งที่พูดไปแล้วว่าให้ทำทุกอย่างเป็นแพตเทิร์นจะได้ไม่ต้องคิด แต่ในข้อนี้หมายถึงการหาคนหรือระบบมาช่วยทำงาน เราไม่ต้องคอยจุกจิกกับเรื่องที่มีรายละเอียดมากๆ และรู้สึกว่าต้องกำกับมันไปซะทั้งหมด เราต้องหาคนช่วยงานดีๆที่ไว้ใจได้ ลงทุนสอนระบบเขาในตอนแรก หรือไม่ก็ลงทุนหาระบบช่วยจัดการร้านดีๆสักตัว ให้เวลาศึกษามันสักหน่อย แล้วปล่อยให้มันช่วยคุณทำงานได้ในระยะยาว